
ความรักก็เปรียบเสมือนการเฝ้ารอรถเมล์ เมื่อรถเมล์มาถึงคุณมองมันและพูดกับตัวเองว่า "อี๋... รถ
แน่นเอี้ยด ไม่มีที่นั่งเลย" แล้วคุณก็บอกว่า"ฉันจะรอรถคันต่อไป" คุณปล่อยให้รถคันนั้นผ่านไป และรอรถคัน
ที่สองเมื่อรถคันที่สองมาถึง คุณมองมันและพูดว่า "อี๋... รถเก่ามากข้างในคงไม่สะดวกสบายนัก" แล้วคุณก็
ปล่อยให้มันผ่านไป และรอรถคันใหม่สักพักหนึ่ง ก็มีรถคันต่อไปเข้ามา เป็นรถที่ไม่แน่นและไม่เก่า แต่คุณก็
ยังพูดว่า "อี๋...ไม่ใช่รถแอร์ อากาศตอนนี้ก็ร้อนด้วย รอคันต่อไปดีกว่า"แล้วคุณก็ปล่อยให้มันผ่านไปอีกครั้ง
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด คุณเริ่มตื่นตระหนก และกระโดดขึ้นรถเมล์คันหนึ่งแต่ไม่นานนักคุณก็รู้ตัวว่าขึ้นรถผิดคัน
คุณเสียเวลาและเสียเงินเพื่อรอในสิ่งที่คุณต้องการ! ถึงแม้ว่ารถปรับอากาศจะมาถึงแต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า
รถคันนั้น จะไม่เสียกลางทาง หรือแอร์จะเย็นเกินไปหรือเปล่าคนที่เฝ้ารอในสิ่งที่ตัวเองต้องการนั้นไม่ผิดแต่
มันคงไม่เลวร้ายเกินไปหรอกที่จะให้โอกาสคนอื่นถ้าคุณรู้ว่ารถเมล์คันนั้นไม่เหมาะกับคุณ ก็เพียงแค่กดกริ่งสี
แดง แล้วก็ลงจากรถไปแต่เดี๋ยว... ผมมั่นใจว่าคุณน่าจะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนคุณเห็นรถเมล์คัน
หนึ่งกำลังวิ่งมา (และเป็นรถเมล์ที่คุณต้องการด้วย)คุณโบกให้มันหยุด แต่คนขับกลับแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
คุณ และก็ผ่านคุณไปเมื่อรถผ่านไป คุณก็ต้องเดิน !!!ความรักก็เปรียบเสมือนรถเมล์ที่คุณต้องการ คุณจะ
เลือกขึ้นรถเมล์คันไหนให้โอกาสรถเมล์คันไหน มันก็ขึ้นอยู่กับคุณเองและการที่คุณต้องเดินก็คือคุณพลาดใน
ความรัก !!!คุณจะไม่เคยสูญเสียเพราะความรักคุณจะสูญเสียก็เพราะความลังเล